แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื้อรัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื้อรัง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

โรคปวดหลังเรื้อรัง

         การเจ็บป่วยเนื่องการทำงานหนักเกินไป เป็นสาเหตุที่ทำให้สุขภาพกายเสื่อมถอยลง พาให้จิตใจถดถอยไปด้วย เป็นเวลา 5ปีกว่าแล้วที่ผมต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งเป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทั้งกายและใจ และเป็นอุปสรรคต่อการทำงานเป็นอย่างมาก ซึ่งภายหลังอาการหนักมากปวดกล้ามเนื้อซีกขวาทั้งซีก ตั้งแต่ หัว คอ ไหล่ หลัง ปวดร้าวลงขา มือชาเท้าชา อีกอาการเป็นตอนทำงานหนัก( งานเกี่ยวกับซ่อมเครื่องยนต์)คือ นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ไม่สามารถขยับใด้ แขนแตะไม่ใด้เหมือนโดนไฟช็อต     จนเป็นสาเหตุให้ต้องตัดสินใจลาพักงานเพื่อมารักษาตัวเอง
        เข้าปรึกษากับแพทย์ที่ รพ.เลิดสิน ใด้รับคำแนะนำให้รักษาอาการปวดหัว มือชา ปลายนิ้วชาก่อนคือเกี่ยวกับ ปลายเส้นประสาทอักเสบ แต่อาการไม่แน่ชัด หมอใด้จัดยาให้มากินรอดูอาการก่อน ซึ่งตอนนี้อาการมือชานั้นทุเลาลงแล้ว สามารถใช้มือขวาใช้คอมพิวเตอร์ใด้ แต่ก็ยังรู้สึกมีอาการนิดๆ
       ส่วนอาการปวดหลัง ใด้มีโอกาสเข้าพบปรึกษากับ อ.สุวรรณ  ตั้งจิตเจริญ       ทีคลีนิคสุวรรณแพทย์แผนไทยประยุกต์ ท่านใด้นวดแก้อาการคอแข็ง หลังยึด ใหล่ติด ซึ่งอาการก็ทุเลาลง และใด้ซื้อหนังสือเกียวกับบำบัดอาการปวดร่างกายด้วยตัวเอง ซึ่งอ.สุวรรณ เรียบเรียงใว้ ตอนนี้ลองบำบัดตัวเองตามหนังสือ พอใด้ช่วยบรรเทาอาการ ซี่งตั้งใจว่ากินยาเกี่ยวกับประสาทอักเสบหมดแล้วจะไปหาหมอรักษาอาการปวดหลัง รักษาแบบจริงจังซะที
       อีกประการหนึ่งที่มีผลต่ออาการปวดหลัง คือที่นอน มีผลตอนนอน และตอนตื่นนอน ถ้าที่นอนไม่ดีจะปวดหลังมากทั้งตอนนอนและตอนตื่นนอน เวลาตื่นนอนจะปวดและเพลียมาก ไม่อยากตื่น ตอนนี้หลังจากเปลี่ยนที่นอนแบบที่ดี คือไม่นุ่มไม่ยุบตัวมากเกินไป อาการปวดทุเลาลงเยอะและไม่เพลียเวลาตื่นนอน และสามารถตื่นเช้าตี5 ใด้เลย
    ...........................................................................................................................................

       วันนี้ 18 กย. เป็นเวลาเกือบเดีอนแล้วที่หยุดพักงานเพื่อรักษาตัวเกี่ยวกับโรคปวดทั้งหลายแหล่    ทั้งปวดหลัง ปวดหัว ปวดคอ ปวดหัวเข่า มือชาเท้าชา ร่างกายอ่อนล้า อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง หงุดหงิด ซึ่งหลังจากได้พัก และกินยา และบริหารร่างกายตัวเอง อาการบางอย่างได้ทุเลาลงแล้ว คืออาการมือชาเท้าชา ร่างกายอ่อนเพลียก็ดีขึ้น  อารมณ์หงุดหงิดน้อยลง ส่วนอาการปวดหัวนั้นจะขึ้นอยู่กับอาการปวดหลัง และโดยเฉพาะอาการปวดคอและบ่าด้านขวาจะทำให้ปวดหัวอยู่มาก แต่ก็ไม่บ่อยเหมือนก่อน
       อาการต่างที่ทุเลาลงนั้นคงเพราะจากการหยุดทำงานหนัก การกินยาและการบริหารร่างกาย สำหรับยานั้นหลังจากกินยาเกี่ยวกับเส้นประสาทที่ใด้จาก รพ.เลิดสินหมดแล้วก็กินยาสมุนไพรจีนต่อ เป็นยาบำรุงร่างกาย  ยังไม่ได้ไปหาหมอเกี่ยวกับปวดหลังเพื่อรักษาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพราะติดปัญหาเรืองเงิน เนื่องจากหยุดทำงาน ตอนออกมาก็คิดแล้วว่าต้องมีปัญหาเรื่องเงินแน่นอน แต่ก็ตัดสินใจแล้วว่าต้องกลับมาจัดการสุขภาพตัวเองก่อนที่จะสายเกินไป หากว่าร่างกายและจิตใจแข็งแรงแล้วค่อยว่ากันต่อเรื่องเงิน
       ซึ่งจากการใด้ไปตรวจสุขภาพ ก็พบว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่กำลังจะเป็นหลายโรค ทั้งเบาหวาน โรคเก๊า ตับเริ่มมีปัญหา ไขมันในเลือดสูง และอีกหลายอย่าง ต้องจัดระเบียบเกี่ยวกับชีวิตตัวเองครั้งใหญ่เลย โดยเฉพาะ การกิน และการออกกำลังกาย ปัญหามันก็อยู่ตรงนี้แหละ เป็นเรื่องยากมากในการ เลือกกิน เลือกไม่กิน และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
       ตอนนี้ กำลังจัดระเบียบตัวเองอยู่ ไม่รู้ว่าจะทำได้แค่ใหน ต้องพยายามดู ก็เพื่อตัวเองนะ..

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง Musculotendinous Strain(บทความจาก thai labonline.com)


ขอแนะนำบทความที่ดีมากๆเกี่ยวกับโรคปวดหลัง หากปฏิบัติใด้ตามคำแนะนำนี้อาการน่าจะดีขึ้น

ลักษณะทั่วไปโรคปวดกล้ามเนื้อหลัง เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่ม
สาวเป็นต้นไป   เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และมักจะหายได้เอง แต่อาจเป็นๆ หาย ๆ
เรื้อรังได้

สาเหตุ
มักเกิดจากการทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก นั่ง ยืน นอน    หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง
ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลัง
ส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัว   ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง คนที่อ้วน   หรือ
หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน

อาการ
ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน
หรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า การไอ
จาม หรือบิดตัว เอี้ยวตัวอาจทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น    โดยทั่วไปผู้ป่วยจะแข็งแรงดี และไม่มี
อาการผิดปกติอื่น ๆร่วมด้วย

สิ่งตรวจพบ
มักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร

การรักษา
1. สังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร แล้วแก้ไขเสีย เช่น ถ้าปวดหลังตอนตื่นนอน ก็อาจเกิดจากที่
    นอนนุ่มไป หรือนอนเตียงสปริง ก็แก้ไขโดยนอนบนที่แข็งและเรียบแทนถ้าปวดหลังตอนเย็น
    ก็มักจะเกิดจากการนั่งตัวงอตัวเอียง หรือใส่รองเท้าส้นสูง ก็พยายามนั่งให้ถูกท่า หรือเปลี่ยน
    เป็นรองเท้าธรรมดาแทน ถ้าอ้วนไป ควรพยายามลดน้ำหนัก
2. ถ้ามีอาการปวดมาก    ให้นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉาก
    สักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้ หรือจะใช้ยาหม่อง หรือน้ำมันระกำทานวด หรือใช้น้ำอุ่นประคบก็ได้
    ถ้าไม่หาย ก็ให้ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน, พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด     จะกินควบกับ
    ไดอะซีแพมขนาด 2 มก.ด้วยก็ได้
    ถ้ายังไม่หาย อาจให้ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น เมโทคาร์บา มอล , คาริโซม่า ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำ
    ได้ทุก 6-8 ชั่วโมง
    ผู้ป่วยควรนอนที่นอนแข็ง และหมั่นฝึก กายบริหารให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง
3. ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการชาที่ขา หรือขาไม่มีแรง อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ควรแนะนำ ผู้ป่วยไป
    โรงพยาบาล   อาจ ต้องเอกซเรย์หลัง หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตาม สาเหตุที่พบ

ข้อแนะนำ
อาการปวดหลังแบบนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในหมู่ชาวไร่ชาวนา กรรมกรที่ทำงานหนัก และใน
หมู่คนที่ทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ  ซึ่งมักจะเข้าใจผิดว่า เป็นอาการของโรคไต โรคกษัย  และซื้อ
ยาชุด ยาแก้กษัย  หรือยาแก้โรคไต  กินอย่างผิด ๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโทษได้  ดังนั้น
จึงควรแนะนำชาวบ้านเข้าใจถึง สาเหตุของอาการปวดหลัง  และควรใช้ยาเท่าที่จำเป็น
โดยทั่วไป การปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อมักจะปวดตรงกลางหลัง ส่วนโรคไตมักจะปวดที่สีข้าง
และอาจมีไข้สูง หนาวสั่น หรือปัสสาวะขุ่นหรือแดงร่วมด้วย

การป้องกัน
โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยระวังรักษาท่านั่ง ท่ายืน ท่ายกของ ให้ถูกต้อง หมั่นออกกำลัง
กล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ  และนอนบนที่นอนแข็ง
โรคปวดหลังป้องกันได้ไม่ยากBack pain 
โรคปวดหลังพบได้บ่อยรองจากโรคปวดหัว เมื่อคุณอายุมากอาจ จะต้อง
เผชิญกับโรคนี้ "คิดป้องกันตอนนี้จะได้ไม่เป็นโรคปวดหลัง" 

สาเหตุของการปวดหลังนั้นมีมากมาย ขึ้นกับอายุของผู้ป่วย ในวัยหนุ่มสาวหรือกลางคน
ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากการอักเสบของเอ็น และกล้ามเนื้อบริเวณสันหลัง อาจเกิดจากการ
จัดท่าทางของร่างกายไม่ถูกต้อง เช่น นั่งหลังงอ, เดินหลังโก่ง หรือยกของหนักผิดวิธี ฯลฯ
การรักษาจึงเป็นเพียงการรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการอักเสบ แก้ปวด
การจัดท่าทางให้ถูกต้องและการบริหารกล้ามเนื้อเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ก็จะเพียงพอ

ยังมีสาเหตุของการปวดหลังในวัยหนุ่มสาว และกลางคนที่พบได้ไม่น้อยเลยคือ
หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขา ซึ่งจะทำให้มีอาการปวดหลังส่วนล่าง
ปวดตะโพก ส่วนใหญ่จะร้าวลงขา มีบางรายอาจจะไม่ร้าวลงถึงต้นขา แต่อาการปวดจะ
ยังคงอยู่แค่บริเวณตะโพกและหลังเท่านั้น ในรายเช่นนี้ อาการปวดมักจะเป็นมากขึ้น
เมื่อก้มหรือ ไอ , จาม และดีขึ้นเมื่อได้นอนราบ

ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่มีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนี้ สามารถวินิจฉัยได้จากการ
ซักถามประวัติและตรวจร่างกาย, มีการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและการทำกายภาพบำบัด
ค่อนข้างดี มีบางส่วนเท่านั้นที่อาการไม่ดีขึ้น ซึ่งต้องได้รับการยืนยันการวินิจฉัยโรค ด้วยการ
เอ็กซเรย์พิเศษอาจจะเป็นการฉีดสีเข้าบริเวณไขสันหลัง (Myelogram) หรือการเอ็กซเรย์
คอมพิวเตอร์แม่เหล็ก (MRI) ก็ได้ เมื่อยืนยันการวินิจฉัยได้แล้ว ก็สามารถให้การรักษาในขั้น
ต่อไปได้ โดยอาจจะเป็นการฉีดยาเข้าบริเวณไขสันหลังหรือการผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกที่
ทับเส้นประสาทนั้นออก